■ หิน : เฮมาไทต์ (Hematite)

ความหมาย :

          “เฮมาไทต์” (Hematite) คนยุโรปยุคโบราณ มีความเชื่อกันว่า “เฮมาไทต์” (Hematite) ช่วยเสริมการทำงานของสมองในเรื่องของการคำนวน การคิดที่เป็นเหตุเป็นผล สามารถช่วยให้วางแผนชีวิตได้เป็นอย่างดี ทางด้านอารมณ์ “เฮมาไทต์” (Hematite) ช่วยขจัดความคิดด้านลบและสิ่งไม่ดีออกไป ช่วยทำให้ร่างกาย ความคิดและจิตวิญญาณทำงานประสานกันได้ดี นอกจากนั้น ยังมีการนำ “เฮมาไทต์” (Hematite) มาวางไว้ที่มุมห้อง เพื่อช่วยป้องกันคุณไสยได้อีกด้วย
          ด้านอีกฝากหนึ่งของโลกในแถบเอเชีย คือ “ประเทศไทย” และ “ประเทศเมียนมาร์” (พม่า) ก็มีความเชื่อเกี่ยวกับ “เฮมาไทต์” (Hematite) ในเรื่องที่คล้ายๆกัน โดยที่ “คนไทยสมัยก่อน” เชื่อกันว่า “เฮมาไทต์” (Hematite) ช่วยส่งเสริมในด้านของ “พละกำลัง” หรือนำเอามาส่วนในการทำน้ำมนต์รักษาโรค ป้องกันพิษทุกชนิด ป้องกันคุณไสย ปกป้องคุ้มครองภยันตราย เสริมออร่าให้กับผู้ครอบครอง ช่วยให้มีสมาธิภาวนา ฯลฯ

ในยุคสมัยโบราณ ชนพื้นเมืองของ “ประเทศอเมริกา” นิยมใช้ “เฮมาไทต์” (Hematite) เพื่อปกป้องตัวเองระหว่างการต่อสู้โดยเชื่อว่าหากพกติดตัวไว้เป็นเครื่องประดับหรือเครื่องราง จะไม่มีอาวุธชนิดใดทำให้เกิดแผลหรือทำร้ายผู้ครอบครองได้ ต่อมาใน ศตวรรษที่ 18 – 19 จะนิยมนำ “เฮมาไทต์” (Hematite) มาดัดแปลงเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องแบบ เพื่อแสดงออกถึงการไว้ทุกข์

          นอกจากนี้ยังเชื่อกันอีกว่า “เฮมาไทต์” (Hematite) ช่วยในเรื่องของการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับคนรอบข้างให้แน่นแฟ้นมากขึ้น ในด้านของ  “ประเทศเมียนมาร์” (พม่า) บ้านใกล้เรือนเคียงของ “ประเทศไทย” ก็มีตำนานเล่าขานและความเชื่อเกี่ยวกับ “เฮมาไทต์” (Hematite) เช่นเดียวกัน แต่คนพม่ารู้จัก “เฮมาไทต์” (Hematite) กันในนามของ “เชงเทว” เป็นที่เชื่อกันว่าหากฝังลงในเนื้อจะทำให้คงกระพัน ซึ่งมีนายทหารพม่าคนนึงในยุคโบราณอ้างอิงตามประวัติศาสตร์จริง นามว่า “เชงเยทุต” ได้ฝัง “เฮมาไทต์” (Hematite) ตั้งแต่ยังเป็นเด็ก เมื่อเติบโตขึ้นเป็นทหารและทำการสู้รบผลปรากฎว่า “รบที่ใดก็ชนะ ไม่เคยพ่ายแพ้เลย” จึงทำให้สามารถปราบดาภิเษกเป็น “กษัตริย์ราชวงศ์หงสาวดี” ได้

ซึ่งต่อมาคนไทยรู้จักชื่อเสียงเรียงนามของยอดบุรุษผู้นี้ว่า “บุเรงนอง” หรือ “บาเยงนองกยอดินนรธา” นั่นเอง

ข้อมูลของชนิดหิน :

          “เฮมาไทต์” (Hematite) จัดอยู่ในกลุ่มตระกูล “แร่ออกไซด์” ชนิดหนึ่ง มีสีดำแวววาวลักษณะคล้ายเหล็กไหล มีความวาวลักษณะเดียวกันกับโลหะ แข็งกว่าเหล็กบริสุทธิ์ แต่เปราะมากกว่า เมื่อแสงกระทบถูกจะเกิดประกายแวววาวสีรุ้ง เนื้อแร่ทึบแสงหากนำมาบดจะได้ผงสีแดง มีโครงสร้างผลึกเป็นแบบรอมโบฮีดรอลแบบเดียวกับ “อิลมิไนต์” และ “คอลันดัม” ชื่อของ “เฮมาไทต์” (Hematite) มาจากคำภาษากรีก และเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “หินเลือด” หรือ “กุหลาบเหล็ก” นั่นเอง
          “เฮมาไทต์” (Hematite) พบได้มากที่สุดใน “ประเทศบราซิล” (Brazil) แหล่งอื่นๆ ที่สามารถพบ “เฮมาไทต์” (Hematite) คือ “ประเทศจีน” (China), “ประเทศแคนาดา” (Cannada), “ประเทศอังกฤษ” (England), และ “ประเทศเยอรมนี” (Germany)

ในประเทศไทย คนไทยในสมัยก่อนเรียก “เฮมาไทต์” (Hematite) ว่า “เพชรดำ” เนื่องจากมีความเชื่อกันว่า เป็น “เหล็กไหล” ในรูปแบบหนึ่ง เรียกว่า “เหล็กไหลน้ำรอง” นิยมนำเอามาทำเป็นเครื่องประดับหรือพกติดตัวไปเป็นเครื่องราง เพราะเชื่อว่าสามารถปกป้องคุ้มภัย และสามารถทำประโยชน์ได้อีกสารพัด

หน้าหลัก
ที่ตั้งร้าน
ติดต่อเรา
รีวิว
ค้นหา